ป้องกันตัวเองจากมะเร็งตับ

2

แม้ว่าโรคมะเร็งจะเป็นโรคที่ดูน่ากลัว เพราะร่างกายของผู้ป่วยจะทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังต้องผ่านกระบวนการเคมีบำบัดที่ทำให้ร่างกายแย่ลง แต่เอาเข้าจริงแล้วยิ่งเรารู้ตัวว่าเป็นโรคมะเร็งเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะรักษาให้หายก็ยิ่งมีมากขึ้น และกระบวนการใช้เคมีบำบัดก็จะเบาลง แต่ถ้าเป็นมะเร็งที่อยู่ในอวัยวะภายในอย่างมะเร็งตับละ เราจะมีวิธีการสังเกตอย่างไร วันนี้เรามาสำรวจร่างกายของเราว่ามีความเสี่ยงกับการเป็นมะเร็งตับมากน้อยแค่ไหน รวมถึงมองข้ามช็อตไปยังวิธีการรักษากันดีกว่าค่ะ

มะเร็งตับนั้นเกิดจากการที่เซลล์ของตับเกิดการแบ่งตัวอย่างผิดปรกติจนกลายเป็นมะเร็งแล้วแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ และจะปรากฏอาการต่าง ๆ เป็นสัญญาณเตือน เช่น ปวดท้องตลอดเวลา, จุกเสียด หรือคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณตับ หากมีอาการดังนี้คุณต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจร่างกายซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีการใช้คลื่นเสียงส่งผ่านเพื่อตรวจสิ่งผิดปรกติในตับ, การตัวเลือด การส่องกล้องเข้าในช่องท้อง จนไปถึงการผ่าตัดนำชิ้นเนื้อไปตรวจสอบ

มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่ตรวจพบอยากเนื่องจากอยู่ในร่างกาย และมักจะปรากฏอาการเมื่อโรคเข้าสู่ระยะรุนแรง แต่ถ้าเราสามารถที่จะรู้ตั้งแต่ยังเป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้นก็สามารถทำการรักษาได้ด้วยหลากหลายวิธีการ เช่นการผ่าตัดซึ่งทำได้กับมะเร็งที่ยังไม่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ และมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก และการใช้เคมีบำบัดซึ่งใช้เมื่อมะเร็งอยู่ในระยะลุกลามแต่ร่างกายของผู้ป่วยยังมีแรงสู้ไหว

อย่างไรก็ตามเรายังพอมีวิธีการป้องกันมะเร็งตับก่อนที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายด้วยวิธีการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฉีดวักซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นมะเร็งตับ, ระมัดระวังเชื้อราที่มากับอาหารประเภทแป้ง เช่นถั่วป่นในร้านก๋วยเตี๋ยว, ลดการรับประมานอาการสุก ๆ ดิบ ซึ่งจะทำให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่จะก่อมะเร็งตับ และที่สำคัญควรงดดื่มสุราซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งตับ

ใส่ใจกับสุขภาพสักนิด รับรองว่ามะเร็งตับหรือมะเร็งอะไรก็ไม่มากล้ำกรายเราแน่นอนค่ะ

 

Leave a Reply